เรื่องภาษีป้าย(23)
เรื่องภาษีป้าย

1. ภาษีป้าย คืออะไร

ภาษีที่จัดเก็บจากป้ายชื่อ ยี่ห้อ หรือในรูปแบบของเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้า หรือประกอบกิจการเพื่อหารายได้ หรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ โดยเป็นภาษีที่มีการจัดเก็บเป็นรายปีตามขนาด

2. ประเภทอัตราภาษี

ประเภทที่ 1 ประเภทที่มีอักษรไทยล้วน

ป้ายทั่วไป

อัตราภาษีป้าย

เซอร์พาส

คิดอัตรา 5 บาทต่อ 500 ตร.ซม.


ประเภทที่ 2 ป้ายที่มีอักษรไทยปนปนกับอักษรต่างประเทศ หรือมีอักษรไทยปนรูปภาพ หรือเครื่องหมายอื่น

ป้ายทั่วไป

อัตราภาษีป้าย

เซอร์พาส

คิดอัตรา 26 บาทต่อ 500 ตร.ซม.


ประเภทที่ 3 ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยและป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้ หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ

ป้ายทั่วไป

อัตราภาษีป้าย

Surpass เซอร์พาส

คิดอัตรา 50 บาทต่อ 500 ตร.ซม.


3. การคำนวณภาษีป้าย

3.1 คำนวณพื้นที่ป้าย
  • ป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ คือ ป้ายที่มีขอบเขตชัดเจน คำนวณพื้นที่ของป้ายเป็น ตร.ซม. โดยให้นำส่วนที่กว้างที่สุด (ซม.) คูณกับส่วนที่ยาวที่สุด (ซม.) เพื่อคำนวณพื้นที่ของป้าย
  • ป้ายที่ไม่มีขอบเขตกำหนด คือป้ายที่แสดงข้อความ ชื่อ ยี่ห้อ โดยไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน เช่น เขียนไว้บนผนัง อาคาร หรือกำแพง เป็นต้น โดยให้คำนวณพื้นที่ป้ายเป็น ตร.ซม.

โดยให้วัดจากตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่อยู่ริมสุดเป็นขอบเขตสำหรับกำหนดความกว้างที่สุดและยาวที่สุด (ซม.) เพื่อคำนวณพื้นที่ของป้าย

3.2 คำนวณหาภาษีป้ายจากตารางอัตราภาษีป้าย พื้นที่ที่ต้องการเสียภาษี X อัตราภาษีป้าย = ยอดภาษีป้ายที่ต้องเสีย (อัตราภาษีป้ายขั้นต่ำ 200 บาท)

วิธีคำนวณพื้นที่ที่ต้องเสียภาษี ขนาดป้าย กว้าง X ยาว (ซม.) / พื้นที่ 500 ตร.ซม = พื้นที่ที่ต้องเสียภาษี X อัตราภาษี = ได้ภาษีป้ายที่ต้องเสีย

4. เอกสารในการยืนภาษีป้าย

ภาษีป้ายจะเรียกเก็บเป็นรายปี โดยเจ้าของป้ายต้องยื่นแบบ ภ.ป. 1 ภายในวันที่ 31 มิถุนายน ของทุกปี และเมื่อได้รับการแจ้งประเมินค่าป้ายภาษีแล้วต้องชำระภาษีภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งประเมิน

สำหรับการติดตั้งป้ายต้องยื่นขออนุญาตผู้บริหารท้องถิ่นก่อน โดยแจ้งขนาดพร้อมภาพถ่ายหรือภาพสเกตช์ของป้าย และแผนผังที่ตั้งของป้ายกับสำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลจากนั้นจึงแยกแบบ ภ.ป.1

การยื่นแบบประเมินเสียภาษีป้าย เจ้าของป้ายเดิมยื่นแบบฟอร์มเสียภาษี (ภ.ป.1) ได้ที่สำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลพร้อมเอกสาร ดังนี้

  • บัตรประชาชน
  • ใบทะเบียนพาณิชย์
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • รายละเอียดเกี่ยวกับป้าย (ขนาด W x H cm) และรูปถ่าย
  • ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีป้ายจากปีก่อน (ถ้ามี)

5. กรณีป้ายปีแรก

โดยปกติเจ้าของป้ายต้องเสียภาษีป้ายเป็นรายปีเต็มจำนวน แต่สำหรับป้ายที่ติดตั้งเป็นปีแรกให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งจนถึงงวดสุดท้ายของปี (คิดภาษีป้ายรายงวด งวดละ 3 เดือน) ซึ่งแบ่งเป็น 4 งวด

  • ติดป้ายระหว่างมกราคม – มีนาคม เสียเต็มจำนวน 100%
  • ติดป้ายระหว่างเมษายน – มิถุนายน เสีย 75% ของอัตราภาษีป้ายทั้งปี
  • ติดป้ายระหว่างกรกฎาคม – กันยายน เสีย 50% ของอัตราภาษีป้ายทั้งปี
  • ติดป้ายระหว่างตุลาคม – ธันวาคม เสีย 25% ของอัตราภาษีป้ายทั้งปี

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ : ถูก-ดี มีมาตรฐาน